ใครว่าเวลาซื้อไม่ได้?

แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดของมนุษย์คือ “เวลา” แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็ใช้เวลาอย่างสิ้นเปลืองไปกับกิจกรรมที่ไร้ประโยชน์มากมาย บางอย่างเราก็เลี่ยงได้ แต่หลายอย่างกลับกลายเป็นเรื่องที่ต้องฝืนทน 

หากยกตัวอย่างในมหานครอย่างกรุงเทพฯ แล้ว เรื่องที่เราต่างรู้ดีว่าเลี่ยงไม่ได้คือสภาพการจราจร โดยเฉพาะอย่างบริเวณพื้นที่ใจกลางเมือง

เรื่องน่าเจ็บปวดสำหรับเด็กๆ ชาวกรุงคือ หากพวกเขาได้เรียนในสถานศึกษาชั้นนำซึ่งกระจุกอยู่ในพื้นที่เจริญนคร สาทร สีลม และบริเวณใกล้เคียง เช่น โรงเรียนเซนโยเซฟ คอนแวนต์, อัสสัมชันบางรัก หรือกรุงเทพคริสเตียน เด็กๆ เหล่านี้จำเป็นต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมารับประทานเช้าบนรถ และได้หลับต่ออีกหนึ่งงีบใหญ่ๆ ก่อนจะถึงโรงเรียน

สถิติบ่งชี้ว่า เด็กๆ เหล่านี้ต้องใช้เวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางจากบ้านไปโรงเรียน และอีก 2 ชั่วโมงในขากลับ หากพวกเขาต้องเรียนในโรงเรียนแห่งเดียว หรือใกล้ๆ กันเป็นเวลา 15 ปี ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 นั่นหมายถึง พวกเขาต้องใช้เวลาปีละ 240 ชั่วโมงบนท้องถนน

หรือ 14,000 ชั่วโมงในระยะเวลา 15 ปี… เพื่อให้เห็นภาพชัดกว่านั้น เรากำลังบอกว่า พวกเขาเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์บบนท้องถนนไปถึง 2 ปีเต็มๆ

“จอย” พิมลรัตน์ เป็นหนึ่งในเหยื่อของการจราจรที่โหดร้ายของกรุงเทพฯ ในฐานะศิษย์เก่าของโรงเรียนเซนโยเซฟ คอนแวนต์ เล่าถึงประสบการณ์การเติบโตบนรถที่คุณพ่อต้องส่งเธอเดินทางจากบ้านในย่านสุขุมวิทตอนต้น เธอต้องตื่นตีห้าครึ่งทุกวัน ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวและออกจากบ้านไม่เกิน 6 โมงเช้า เพื่อไปขึ้นรถรับส่งของโรงเรียน หากวันไหนผิดเวลาจากนี้ เธอต้องให้คนที่บ้านมาส่งก่อน 6:43 เพื่อให้ทันเข้าแถวตอน 7:45 และทุกเย็นเมื่อเลิกเรียน เธอก็ใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมงเพื่อกลับบ้าน

เช่นเดียวกันกับ “โจ” ฉัตรชัย ศิษย์เก่าโรงเรียนชั้นนำอย่างกรุงเทพคริสเตียน เขาเองต้องเดินทางจากถนนพระรามสอง ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า และเดินทางเข้าเส้นสาธรผ่านทางด่วน เพื่อให้เข้าเรียนทัน และมาสายเป็นประจำเพราะใช้เวลาเดินทางกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งเช้าและเย็น

ยังมีเด็กอีกมากมายที่ต้องทนกับปัญหาการจราจร พวกเขาต้องประสบปัญหาการพักผ่อนไม่เพียงพอ ปัญหาการไปโรงเรียนสาย ปัญหาการทานอาหารอย่างเร่งรีบ ปัญหาสุขภาพจากความเครียด และที่สำคัญ พวกเขาต้องเสียเวลาในชีวิตไปอย่างเปล่าประโยชน์

น่าเสียดายที่จอยและโจไม่อาจซื้อเวลาสมัยเด็กของพวกเขาคืนไปได้…แต่สำหรับคุณและลูกที่คุณรัก เวลานั้นสามารถซื้อได้

จะดีแค่ไหนหากคุณมีที่พักใกล้ๆ กับโรงเรียนชั้นนำเพื่อให้ลูกๆ ได้ย่นระยะเวลาการเดินทางจากชั่วโมงเป็นหลักนาที หากคุณสามารถพาลูกกลับถึงที่พักที่ห่างออกไปแค่ 4-7 กิโลเมตร นั่นหมายถึง เด็กๆ จะได้มีเวลาเล่น เรียนรู้ พักผ่อน และพัฒนาทักษะด้านอื่นมากขึ้น

หากคุณมีลูกที่เรียนในสภาบันชั้นนำย่านเจริญนคร สาทร หรือสีลม วันนี้เวลาของคุณซื้อได้ด้วยที่พักอาศัยที่เหมาะสม สะดวกสบายครบครัน มีพื้นที่สำหรับสันทนาการ กิจกรรมต่างๆ รวมถึงที่จอดรถอย่างเพียงพอ

ที่นี่…Altitude Symphony เจริญกรุง

ลักซ์ชัวรีคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 22 ชั้น บนวิวโค้งน้ำที่สวยที่สุดบนถนนเจริญกรุง สุดยอดทำเลศักยภาพ ซอยจันทน์ 44 ในย่านเจริญกรุง เชื่อมต่อกับย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างสาทร สีลม “Real CBD” ของกรุงเทพฯ กับความสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ High-End ให้ผู้อยู่อาศัยได้ยกระดับชีวิต ห้อมล้อมด้วยสังคมคุณภาพอย่างแท้จริง

อัลติจูด ซิมโฟนี ใกล้ถนนเส้นหลักทั้งถนนเจริญกรุง, ถนนเจริญราษฎร์, ถนนพระราม 3 และถนนสาทร ใกล้ทางพิเศษศรีรัช ด่านถนนจันทน์เพียง 2 นาที มีเส้นทางลัดให้ได้ใช้หลายทาง รวมถึงเป็นโครงการที่ใกล้กับรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี นั่นก็คือรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ และ BTS สะพานตากสิน ที่มีท่าเรือสาทร-ตากสิน และท่าเรือข้ามฟากตากสินให้เป็นอีกทางเลือกในการเดินทาง 

อีก “ความใกล้” ที่เป็นจุดเด่นของ อัลติจูด ซิมโฟนี คือใกล้ Asiatique The Riverfront แหล่งท่องเที่ยวบนถนนเจริญกรุง และ Four Seasons Hotel Bangkok โรงแรมระดับ 5 ดาว ในระยะที่สามารถเดินเท้าได้สบาย ครบครันทั้งสตรีทฟู้ด, คาเฟ่, ร้านอาหารหลายระดับ รวมทั้งศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์รอบข้าง การันตี “ความอุดมสมบูรณ์” ได้เป็นอย่างดี

ไฮไลท์สำคัญที่จะสร้างความสุขให้กับคนที่เลือก อัลติจูด ซิมโฟนี เป็นบ้านในเมืองก็คือทำเลอันยอดเยี่ยม ใกล้กับโรงเรียนชั้นนำมากมาย อาทิ Shrewsbury International School, โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางมาส่งลูกเรียนในสถานศึกษาดังกล่าว

ตัวโครงการโดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Colonial Contemporary Design ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน วัสดุตกแต่งใช้เทียบเท่า Luxury Brand เกรดพรีเมียมทั้งหมด สะท้อนถึงรสนิยมที่มีระดับของผู้อยู่อาศัย หมดห่วงเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนห้องจำกัดเพียง 99 ยูนิต หรือ 7 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้นพื้นที่สวนกลางและฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ เริ่มจากชั้นล็อบบี้ มีการจัดการพื้นที่เทียบเท่ามาตรฐานโรงแรงหรู ที่จอดรถ 100% แบ่งเป็น Auto Parking System ถึง 83% พร้อมช่องจอดชาร์จสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า

ที่ชั้น 2 เป็นส่วนของห้องประชุม เลานจ์ และ Kids Playroom ขณะที่ชั้น 18 น่าจะเป็นมุมโปรดของหลายๆ คน เพราะมีสระ 360 องศา ขนาด 80 เมตร สปา และ Bubble Show ส่วนชั้น 21 มีห้องฟิตเนสวิวเมืองแบบพาโนรามา บนสุดคือชั้นดาดฟ้ากับสวนสวยและพื้นที่สำหรับจัดงานเลี้ยงหลากหลายรูปแบบ

ด้านการบริการนั้นเทียบเท่าโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว บริการ Valet service และ Concierge service อำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านอย่างเต็มที่ พร้อมกับบริการช่วยเหลือต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และมีรถรับส่งจากโครงการไปถึงสถานีรถไฟฟ้าและโรงเรียนรอบๆ อีกด้วย

หากเวลาและความสุขสามารถซื้อได้…แล้วคุณล่ะรออะไรอยู่

โครงการ อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง 2 ห้องนอนเริ่มต้น 9.9 ล้าน*

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษสุดได้ที่ altitudesymphony.com

Leave a Reply