ส่องศักยภาพโรจนะ ดันอยุธยาสู่ฮับเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาคกลาง

ในอดีตพระนครศรีอยุธยาเคยเป็นเมืองหลวงที่เกรียงไกรของชนชาวไทยและเมื่อเวลาผ่านมาถึงปัจจุบันความสำคัญของเมืองนี้ก็ไม่ได้ลดน้อยแต่อย่างใด เพียงแต่เปลี่ยนจากเมืองหลวงเก่าที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามและวัฒนธรรมไปเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งภาคกลางแทน

ความได้เปรียบของพระนครศรีอยุธยาคือ ทำเลที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานครมาก ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงเศษก็สามารถเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจในเมืองหลวงได้แล้ว แถมเส้นทางก็สะดวกสบายด้วยมอร์เตอร์เวย์

เราจึงไม่แปลกใจที่จังหวัดนี้มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 5 แห่งด้วยกัน

และหนึ่งในนั้น นิคมอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมากๆ ในชั่วโมงนี้คงไม่พ้น สวนอุตสาหกรรมโรจนะ

สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เป็นบริษัทร่วมทุนไทย-ญี่ปุ่น ระหว่าง กลุ่มวินิชบุตร และ นิปปอนสตีลแอนด์สุมิคินบุซซัน ตั้งอยู่บน ถนนโรจนะ ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่กว่า 18,000 ไร่ ถือว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

คงไม่เป็นการเกินไปหากเราจะบอกว่า สวนอุตสาหกรรมแห่งนี้มีบทบาทสำคัญมากต่อการขับเคลื่อนภาคการผลิตและอุตสากรรมทั้งหมดของประเทศ โดยภายในมีบริษัทชั้นนำและแบรนด์ดังมากมายตั้งอยู่ที่นี่ นิคมแห่งนี้ยังเป็นเป็นฐานการผลิตใหญ่ของรถยนต์ฮอนด้า และเป็นฐานการผลิตของกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ไฟฟ้า

ปัจจุบันมีโรงงานประมาณ 235 แห่งเปิดดำเนินการในนิคมแห่งนี้ รวมทั้งบริษัทชั้นนำอย่าง Honda (Automotive), Nikon, Oki Electric Industry, Omron, KDK, TDK, Pioneer, Tohoku Pioneer, Hitachi, Fujikura, Fujitsu Ten, Panasonic Electric Works, Furukawa Electric, Nitto Denko, Minebea, Mitsubishi Materials, Kobe Steel, Sumitomo Metal Industry, Bridgestone, และ Sanyo Chemical Industries มีจำนวนแรงงานทั้งสิ้นไม่น้อยหลักแสนคน 

ในอนาคตคาดว่ายังจะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเปิดโรงงานผลิตสินค้าในสวนอุตสาหกรรมโรจนะอีกมาก เนื่องจากที่นี่อยู่ในเขตประกอบการเสรีซึ่งได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า และอากรขาออกกรณีส่งออกไปยังต่างประเทศโดยมีเงื่อนไขเป็นไปตามกรมศุลกากรกำหนด พร้อมทั้งมีสาธารณูปโภคพร้อม ทำให้สะดวกต่อการลงทุนอย่างมาก

และภายใน 5 ปีนี้ สวนอุตสาหกรรมโรจนะก็มีแผนจะเปิดพื้นที่ใหม่ “โครงการอยุธยาเฟส 10″ เนื้อที่เพิ่มเติมอีก 1,000 ไร่ และคาดว่าจะมีบริษัทจากต่างประเทศโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและชาวจีนเข้ามาตั้งโรงงานอีกมาก

นอกจากนี้สิ่งที่เสริมให้โรจนะสามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้มากคือ เมกะโปรเจคต์ต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช โครงการ, ส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ (รังสิต-บางปะอิน), โครงการพัฒนา Inland Container Depot แห่งที่ 2 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย, ตลาดต่อยอด AEC Trade Center, โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงรังสิต-ธรรมศาสตร์, โครงการ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ครบวงจร และศูนย์กระจายสินค้าโลจิสติกส์ ของกลุ่มทุนเอกชน เป็นต้น

เราจะเห็นได้ว่าในเวลาอีกไม่นาน โครงการดังกล่าวทั้งหมดรวมถึงศักยภาพของโรจนะจะเสริมให้อยุธยาคือศูนย์การผลิตและขนส่งของภาคกลาง ซึ่งไม่ได้เพียงแต่สามารถผลิตและกระจายสินค้าไปทั่วประเทศเท่านั้น ยังเป็นหัวใจที่สูบฉีดเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไปทั่วภูมิภาค AEC อีกด้วย นั่นเป็นเพราะว่าอยุธยาอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่โดดเด่น เป็นประตูสู่ภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นหนึ่งในเมืองหลักการท่องเที่ยว และมีความพร้อมสำหรับการพัฒนาในหลายด้าน

เช่นนั้นเอง หากนักลงทุนจากต่างชาติที่ตระหนักถึงมูลค่าตลาดอันมหาศาลของ AEC ย่อมไม่พ้นที่จะมองอยุธยาเป็นตัวเลือกสำหรับการตั้งโรงงาน สอดคล้องกับแผนการพัฒนาที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะได้เตรียมไว้ ทำให้เชื่อได้ว่าจะเกิดดีลในลักษณะ win-win กับทั้งตัวนิคมเอง ผู้ลงทุนจากต่างชาติ ชาวบ้านในพื้นที่ และรัฐบาล ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินที่อัดฉีดเข้ามาอย่างมหาศาล

และการที่โรงงานต่างๆ จะเข้ามาเปิดเพิ่มเติมในนิคมแห่งนี้ ทำให้มีแนวโน้มว่ามูลค่าของที่ดินจะพุ่งสูงขึ้นพร้อมกับจำนวนคนมหาศาลที่จะหลั่งไหลมาใช้ชีวิตในบริเวณด้วยเช่นกัน เราจึงฟันธงได้เลยว่า “โรจนะ” จะเป็นดาวโรจน์ที่ทำให้อยุธยาเป็นฮับแห่งอุตสาหกรรมในภาคกลาง และเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่บริษัทต่างชาติให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยศักยภาพทำเลที่เนื้อหอมแบบนี้ แน่นอนว่าอสังหาริมทรัพย์รอบๆ สวนอุตสาหกรรมโรจนะก็มีความน่าสนใจมากขึ้นตามไปด้วย เพราะแรงงานและบุคลากรของบริษัทต่างๆ ย่อมต้องการที่พักซึ่งใกล้กับที่ทำงานด้วยกันทั้งนั้น และสำหรับเรา การมองหาคอนโดๆ สักแห่งน่าจะตอบโจทย์แบบนี้ได้ง่ายที่สุด

อาสะ อยุธยา-โรจนะ คือคอนโดมิเนียมสไตล์โมเดิร์นเจแปนนีสแห่งแรกในอยุธยา เพียง 10 ก้าวจากสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ใกล้กับห้างสรรพสินค้าและแหล่งอำนวยความสะดวกครบครันตอบสนองทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์

อาสะ อยุธยา-โรจนะ มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน, และ 2 ห้องนอนดีไซน์พิเศษ เหมาะสำหรับอยู่เองคนเดียว อยู่กับครอบครัว หรือซื้อไว้เพื่อปล่อยให้เช่าก็มีศักยภาพน่าสนใจ

ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1.4 ล้านบาทเท่านั้น กับโครงการคอนโดที่อยู่ติดกับนิคมอุตสากรรมขนาดใหญ่ เดินทางเข้ากรุงเทพได้ง่าย แถมยังมีบรรยากาศแบบญี่ปุ่นถูกใจกลุ่มเป้าหมายระดับกลางที่เป็นชาวญี่ปุ่นในนิคม และคนไทยที่ชอบความเป็นญี่ปุ่น จึงคุ้มค่าคุ้มราคากว่าการเช่าหอพักในละแวกเดียวกัน
ดูเพิ่มเติมได้ที่ asacondo.com

Leave a Reply